"กาสะลองร่วงหล่นพื้น วันคืนเนินนานเปลี่ยวเหงาลมหนาวพัดโบกโบย
โชยกลิ่นรักจากใจอ้าย ให้ลอยลมไปหาน้องเพื่อเป็นผ้าฝ้ายมอบไออุ่น
เฮือนแก้วใดบ่งามเท่าความดี ที่ตัวน้องมีให้อ้ายนั้นมันงามล้ำ
บ่มีเพชรพลอยไพลินจินดาคำ แต่เมื่อมีธรรมนำน้องก็สุขใจ
* ฉัน..เชื่อว่าเธอ ยังคงรักกัน รักมั่น ไม่เสื่อมสลาย
ไม่..จากไปไหน วนเวียนคุ้มภัยในยามทุกข์ยามใจตรม
ฉันเชื่อว่าเธอคนที่อยู่บนฟ้า ทุกกาลเวลา เธอไม่จากไปไหน
ไม่อาจมีสิ่งใด มาพลัดพรากใจเราสอง แม้ต้องตายจากกัน ก็เพียงตัว ใช่หัวใจ
** จุตติจุตตัง มรณังและก็จุตติ แม้รักกันปานใด แต่ผลสุดท้ายกลายเป็นอัฐิ
แม้เวลาจะพรากเราจากการรักโลภ โกรธ หลง แต่ความดีนั้นยังคงอยู่แม้เรือนร่างโดนลากด้วยพระสงฆ์
ระทม ตรอมตรม โศกอารมณ์ใจอาวรณ์ ฝังจิต คิดหา ยามเวลาเธออาทร
ให้รักสว่างไสวเป็นดังแสงไฟดุจทินกร ให้รักมอบความอบอุ่น ในยามเหน็บหนาวเป็นดังอาภรณ์
รอนแรมเรื่องรัก แต่เธอจากไปไกลอีกชาติภพ ดวงมอญมันโศกนัก ก็อยู่แห่งใดคงไม่ได้พบ
บ้านที่เคยมี เปลเคยไกว หมอนที่เธอเคยนอน เหลือเพียงแค่เถ้าธุลีจากดุ้นฝืนในกองฟอน
ภมรกับช่อดอกไม้ยังมีเฉาและมีจากกัน ความเศร้าความสุขใดใดจงทิ้งเอาไว้เป็นเบื้องหลัง
เชื่อว่าเธอไม่เคยจากไปและอยู่ในความจำฉัน จะรักกันคณานับ ต่อให้ล่วงลับและดับขันธ์
( * )